Palm's Corner


สวัสดีค่ะ ทุกๆคน                                                     (Please scroll down for my testimony in english)

      ฉันชื่อ ปาล์ม ฉันเกิดที่จังหวัดพะเยา ซึ่งอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย ฉันและครอบครัวเป็นพุทธศาสนิกชน แต่เมื่อฉันอายุ 18 ปี ฉันได้ย้ายไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับพระเจ้า 
     โดยเริ่มแรกนั้น ขณะที่ฉันนั่งอยู่ที่ศาลาในมหาวิทยาลัย ได้มีรุ่นพี่คริสเตียนคนหนึ่ง เล่าเรื่องราวของพระเจ้าให้ฉันฟัง ฉันเกิดคำถามในใจว่า เรื่องราวพระเจ้าเป็นความจริงหรือไม่ ? ทำไมพระเยซูต้องตายแทนคนบาป? ฉันพูดในใจว่า 'ถ้าหากพระเจ้าของคริสเตียนเป็นความจริง ขอสำแดงให้ฉันพบเจอด้วยตนเอง'  และในคืนนั้นเอง ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับอยู่ ฉันได้ตื่นขึ้นกลางดึก แต่ยังหลับตาอยู่ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าคน คนหนึ่ง เดินเข้ามาใกล้ฉัน ฉันสัมผัสถึงความสว่างเจิดจ้ามาก เหมือนแสงจากไฟฉายส่องมาที่หน้าของฉัน แล้วฉันก็หลับไป  ฉันเก็บความประหลาดนี้ไว้ในใจ แล้วเวลาก็ผ่านไป
    จนกระทั่ง ได้มีรุ่นพี่คริสเตียนอีกคนหนึ่ง ได้เข้ามานั่งพูดคุย และประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์
ถึงการตายไถ่บาปบนไม้กางเขน พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า และพระองค์มีฤทธิ์อำนาจยกบาปให้กับมนุษย์ได้ ให้ฉันฟังอีกครั้ง จิตใจของฉันในเวลานั้น รู้สึกว่าฉันเป็นคนบาป และปรารถนารับการไถ่บาป ฉันต้องการให้พระเจ้ายกโทษความผิดบาปให้ฉัน ผ่านการตายไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ 
   หลังจากนั้น ฉันได้เริ่มเข้ากลุ่มสามัคคีธรรมกับคริสเตียนหลายๆคน เริ่มไปคริสตจักร แต่ฉันก็ยังคงอยากจะแน่ใจจริงๆ ว่าพระเจ้าทรงเป็นความจริง จนกระทั่งวันหนึ่ง.....
  ฉันได้ขึ้นไปอ่านหนังสือบนดาดฟ้าหอพัก (หอพักมี 9 ชั้น ) ฉันได้เผลอหลับไป บนม้านั่ง และขณะที่ฉันรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็ได้ยินเสียงพูดมาจากบนฟ้าว่า " เราเป็นพระเจ้าของเจ้า"
ฉันผุดนั่ง มองไปรอบๆ มีฉันเพียงคนเดียวที่อยู่บนดาดฟ้า ฉันรีบวิ่งลงจากชั้น 9 ถึง ชั้น 2 มายังห้องของฉันอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรง ทั้งตกใจและดีใจที่ฉันได้ยินเสียงพระเจ้าตรัสกับฉัน 
จากเหตุการณ์วันนั้น ฉันก็เอาจริงเอาจังกับการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ การประกาศ การร่วมกิจกรรมในคริสตจักร ราว 8 ปี ฉันได้เรียนรู้ในความชอบธรรม และความรักของพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจ
   ในกลางปี 2010 ฉันซึ่งทำงานในบริษัทที่มั่นคงแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ฉันเริ่มขาดสันติสุขในจิตใจ ฉันลาออกจากงาน ฉันพยายามหางานราว 3 เดือน ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์บางอย่างให้ฉันทำ ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำอย่างไร ฉันอธิษฐานแสวงหาคำตอบ และคำตอบที่ได้คือ กลับบ้าน นั่นคือ จังหวัดพะเยา
  ระหว่างนี้มีวันหนึ่งฉันฝันว่า ฉันยืนอยู่บนพื้นดินที่แห้งแตกระแหง ในมือมีท่อนไม้ไผ่เก่าๆ 1 ท่อน และฉัน 
ได้ใช้ไม้นั้นตีก้อนดิน ก้อนดินปลิวลอยไปและตกลงมาไม่ไกลนัก ทันใดนั้น ฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ตัวสูงใหญ่ แต่งกายภูมิฐาน และเขาถือไม้กอล์ฟ เขาได้ใช้ไม้กอล์ฟตีก้อนดินเหมือนกับฉัน ก้อนดินนั้นปลิวไกลมาก จนไปตกลงบนป้อมปราการเข้มแข็ง และทำให้หลังคาแตกพังลง ฉันเก็บนิมิตนี้ไว้ในใจ
  ฉันรู้ว่าฉันต้องเชื่อฟังพระเจ้า ในการกลับบ้านที่พะเยา แม้ครอบครัวของฉันไม่ใช่คริสเตียน และฉันยังไม่มีงานทำ แต่ฉันเชื่อว่าพระองค์จะดูแลฉัน เพราะพระองค์ตรัสกับฉันผ่านการอ่านพระคัมภีร์ ว่า
".......จงอ้าปากให้กว้างเถิด เราจะป้อนเจ้าให้อิ่ม " สดุดี 81:10 
  สัปดาห์สุดท้ายในการไปคริสตจักร ขณะที่ฉันอธิษฐาน ฉันเห็นภาพต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งต้นเล็กมาก และพระเจ้าสำแดงว่า ฉันคือต้นไม้นั้น ฉันคิดว่าฉันก็รู้จักพระเจ้ามาหลายปี แต่ทำไมฉันเหมือนเด็กฝ่ายวิญญาณ ฉันเก็บสิ่งนี้ไว้ในใจ
  และวันสุดท้ายก่อนการกลับบ้าน เพื่อนๆที่คริสตจักรพาฉันมาเลี้ยงส่งที่ร้านอาหาร ไม่มีใครรู้ว่า ฉันแทบไม่เหลือเงินจากการตกงาน ฉันคิดว่าวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปหาพี่สาวที่ระยอง ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ
จากนั้นก็จะขอเงินพี่สาวเพื่อซื้อตั๋วรถกลับบ้าน แต่ขณะที่ทานอาหารอยู่นั้น พี่สาวโทรหาฉันและบอกว่า 
ไม่ต้องไปหาเธอ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อวางสาย จิตใจฉันหวั่นไหว และบ่นต่อว่าพระเจ้าในใจ
" ไหนพระองค์บอกว่าจะดูแลฉัน " จากนั้นไม่ถึง 1 นาที รุ่นน้องในกลุ่มที่ฉันเคยสอนพระคัมภีร์ ได้มอบเงินให้ฉันจำนวนหนึ่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับซื้อตั๋วรถกลับบ้าน ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้วางใจพระองค์ ฉันขอโทษและขอบพระคุณพระเจ้า
   เมื่อฉันเดินทางสู่พะเยาได้ประมาณ 1 เดือนกว่า ฉันก็ได้พบกับมาร์ค มิชชันนารีชาวอเมริกา มาร์คสอนพระคัมภีร์ให้ฉัน มีหลายสิ่งที่ฉันไม่รู้มาก่อน  เราได้ร่วมแจกหนังสือ ประกาศเรื่องราวพระเจ้า ตามหมู่บ้านต่างโดยรอบ และมีอยู่วันหนึ่งในช่วงการแจกหนังสือ ขณะปั่นจักรยานบนถนน ฉันได้ยินเสียงตรัสในจิตใจฉันว่า " จงทำทางสำหรับพระองค์ให้ตรงไป" เมื่อฉันกลับถึงบ้านในตอนเย็น จึงได้เปิดพระคัมภีร์
เพื่อหาถ้อยคำดังกล่าว และฉันอ่านเจอใน มาระโก 1:3 " จงเตรียมทางสำหรับองค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางสำหรับพระองค์ให้ตรงไป" 
   ฉันมั่นใจว่า พระเจ้าทรงให้ฉันกลับมาที่พะเยา เพื่อการปรนนิบัติรับใช้พระองค์ คือการบอกทางที่ถูกต้องให้กับผู้คน ( ความรอด โดยการเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์) ขณะเดียวกันพระองค์จะทรงสร้างฉันให้เติบโต 
  ยอห์น 14:6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า " เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้ นอกจากมาทางเรา .

Hi Everyone,
     My name is Palm. I was born in Phayao, Thailand. It is located in the north of Thailand approximately 150 miles from Laos. I came from a traditional Buddhist family. When I was 18 years old, I moved to Bangkok to go to college. While I was at college I began to learn about the God of the christians. In  the beginning, when I would sit under the pavilion at my school, one of the group leaders of a christian organization on campus would talk to me about God. I had many questions on my mind at this time such as, "Is God's story really true?" and, "Why would Jesus die for a sinner".  I prayed at night, "If the the God of christians is real, please show me" and, one night while I was sleeping, but still conscious as only my eyes were closed, I could hear the sound of someone's steps right next to my bed, and I could detect through my eyelids a very, very bright light shinning in my face. I was afraid to open my eyes...and after a while I fell asleep. As the days and weeks past I wondered in my mind what this could have been and if God were trying to get my attention. Until, one day another christian on campus came to talk to me and proclaimed that Jesus died on the cross to redeem me from sin. They told me that Jesus is God and that He has the power to forgive the sins of humans. At that time of my life...I felt strongly that I was a sinner and I wanted to be redeemed from my sin. I wanted God to forgive me through the redemption that came through Jesus.
      Afterwards, I began to spend time with that group and hang around with many christians and I also began to attend church with them...but, in my heart I was still not sure and wanted to know if this God was true...and then something wonderful happened! One day I went up on the roof of my dormitory (which has many floors) to study for class. While I was up there, I became tired and took a nap on one of the benches, when I heard a voice from the sky say to me, "I am your God!" I got up quickly to see who said those words and I looked around and there was no one there...I was alone on the deck. I immediately ran downstairs to tell my roommates. My heart was pounding...I was all frightened and glad at the same time because I heard His voice. After that day I begain to seriously pray and read the bible, and I also joined activities in church and told my friends about Jesus. I was happy to tell them about the love of God and how I learned about the righteousness that comes from Him. I continued to live and worship in the Bangkok area for 8 years.
     In the middle of the year 2010 I was working in an office in Bangkok and felt as though I had lost the peace in my heart. I resigned from my position and found a new job which only last 3 months. I applied for another job but that fell through too. I couldnt help but feel that God was blocking me... taking my peace, because He had destined me to do something else. I prayed and prayed about this and the answer finally came to me...God wanted me to go home to Phayao.
     One night before I left, I had a dream...and in my dream I was standing on parched ground holding a piece of bamboo in my hand. I swung the bamboo stick to hit clod of dirt, but the clod did not go far and quickly fell back to the ground. When I looked back up, I saw a tall, handsomely dressed man holding a golf club standing opposite me, but I could not see his face. He swung his golf club to hit a clod of dirt, only this time the clod shot way off into the distance...so far...and I watched as that clod of dirt hit the roof of a temple and the whole temple came crashing down! I understood that the temple was a stronghold and God was going to tear it down. I kept this vision in my mind. I realised that I must obey God and go to Phayao even though my family was not christian, I had no job. However,  I believed that God would take care fo me because He gave me a text when I was reading the bible one day, "Open your mouth wide and I will fill it" Psalm 81:10.
     During my last week in Bangkok, as I sat in church one morning, I was thinking about the progress that I had made and how many girls looked to me for teaching and guidance...and saw in my mind what appeared to be a tiny potted tree, and to my shame and amazement God made it clear to me that I was that tree. He was telling me that I had not grown at all! I thought I knew God well...I had been reading and teaching the bible to my friends for some time, but was God reproving me! God was telling me that I was still just a baby christian and I thought intently about this and how I could have misjudged myself so badly. On the last day before I was scheduled to return home to Phayao, my friends in church brought me to a restaurant for a going-away present. I did not tell anyone that I did not have enough money to pay for my bus ticket after being out of work for some time.  I reasoned with myself, that I would just go to my sisters house near Bangkok because I had enough money for that ticket...but while we were eating, my sister called me and told me that I could not come to her house for some reason which she could not explain. When she hung up the phone my heart was shaken. I began to grumble in my heart toward God, "Why did you say that you would take care of me!?!?" Then, after about one minute my friends from the restaurant (the same friends that I taught the bible to) told me that they had taken up an offering for me and then they handed me more than enough money to buy my ticket home!!! I felt so sad that I grumbled against God and did not trust Him. I appologized to God and told Him that I was thankful that He does take care of me.
     After I was in Phayao for one month,  I met an American missionary named Mark. Mark and I would study the bible at Ma Taam's house together each morning. Mark taught me the bible and showed me many things that I had never seen before. We worked together over the next few months to give gospel booklets to people as we proclaimed the gospel in many villages near my house. One day, while we were handing out booklets, we were riding along on our bicycles when I heard a voice in my mind, "make His paths straight". When I got back home I began to search the bible to see if this was a text of scripture or just ordinary words, because I had not heard it before...and I found the text in Mark 1:3, "prepare the way of the Lord, make his paths straight". Then I believed more firmly that God wanted me to come to Phayao to serve Him and tell people the true way to heaven which is salvation by believing in Jesus. During this time I felt like my little tree was truly beginning to grow.
     I just want to end with this text, "Jesus said, I am the Way, the Truth, and the Life. No one comes to the Father except through me."
The end.



No comments:

Post a Comment